การฟอกไตมีกี่วิธี และมันต่างกันยังไง?

Posted on Posted in Uncategorized

ดังที่ผมเคยอธิบายถึงเรื่องความสำคัญของการฟอกไตไปแล้ว วันนี้ผมจะมาช่วยคลายข้อสงสัยเพิ่มเติมให้ ว่าฟอกไตที่เราเรียกๆกันนั้นมีทั้งหมดกี่ประเภท และมันต่างกันอย่างไรบ้าง?

การฟอกไตเพื่อนำของเสียออกจากร่างกายแทนไตนั้นมีทั้งหมด 2 ประเภทด้วยกันครับ คือ

1. การฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis)

นี่คือวิธีที่หลายคนน่าจะติดตา และเห็นบ่อยที่สุด ที่มีการต่อสายเข้ากับตัวผู้ป่วย และนำเลือดเข้าสู่เครื่องฟอก กระบวนการฟอกไตนี้มีขั้นตอนดังนี้ครับ

• แพทย์จะทำการผ่าตัดเล็กที่แขน หรือขาเพื่อเชื่อมต่อ ให้หลอดเลือดมีความพร้อมสำหรับการฟอกไต
• หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น และผู้ป่วยมีความพร้อม แพทย์ก็จะนัดให้ผู้ป่วยมารับการฟอกไต
• การฟอกไตวิธีนี้ จะใช้เวลาในการฟอกครั้งละประมาณ 4 ชั่วโมง ในหนึ่งสัปดาห์ต้องทำการการฟอกไต 3 ครั้ง

ข้อดีของวิธีนี้คือเป็นวิธีการล้างไตมาตรฐาน ที่ในกระบวนการล้างจะได้รับการดูแลจากแพทย์หรือพยาบาลอย่างใกล้ชิด และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพดีกว่า

แต่วิธีนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหัวใจ และหลอดเลือด และผู้ที่ไม่สะดวกในการเดินทางมาฟอกไตที่โรงพยาบาลบ่อยๆ รวมถึงยังมีค่าใช้จ่ายที่แพงมาก คืออาจสูงได้ถึง 2,000 – 3,000 บาทต่อการล้างไตครั้งหนึ่ง ทำให้ในแต่ละปีอาจต้องเลียค่าใช้จ่ายรวมถึง 4-6 แสนบาท

นอกจากนั้น บางครั้งเส้นเลือดที่ใช้ในการฟอกไตอาจเกิดการอักเสบ หรือการตีบตันได้ ซึ่งอาจทำให้ต้องผ่าตัดเพื่อเชื่อมต่อหลอดเลือดซ้ำที่ขาหรือแขนข้างอื่น

 

2. การฟอกไตทางช่องท้อง (peritoneal dialysis)

ถือเป็นการฟอกไตที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลายคนก็ยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ ดังนั้นผมจะมาให้ข้อมูลเพิ่มนะครับ!

การฟอกไตทางช่องท้องคือการทำความสะอาดเลือดโดยใช้เยื่อบุของบริเวณหน้าท้องเป็นตัวกรองของเสียออกจากเลือด วิธีนี้จะช่วยให้เลือดทำความสะอาจในขณะที่นอนหลับ หรือในขณะที่
ดำเนินกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้

ก่อนจะมีการฟอกไต แพทย์จะทำการผ่าตัดเล็ก เพื่อสร้างการเข้าถึงบริเวณหน้าท้องส่วนใหญ่มักจะผ่าตัดบริเวณด้านข้างของหน้าท้อง จากนั้นจะทำการใส่สายสวนเข้าไปในบริเวณรอบกระเพาะอาหาร
และอวัยวะใกล้เคียง เรียกว่า ช่องท้อง

การฟอกไตทางช่องท้อง ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ

• ต่อถุงน้ำยาที่ใช้ในการฟอกไตเข้ากับเครื่อง เพื่อทำการเติมน้ำยาเข้าสู่ช่องท้อง
• เมื่อเติมน้ำยาเข้าไปแล้ว น้ำยาจะพักอยู่ในช่องท้องเพื่อทำการกรองของเสีย และน้ำส่วนเกินออกจากช่องท้องช่วงพักน้ำยาอยู่ในช่องท้องอาจใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง
• การปล่อยของเสียง และน้ำส่วนเกินออกจากช่องท้อง ใช้เวลาครั้งละประมาณ 30 นาที

การฟอกไตด้วยวิธีนี้สามารถทำเองได้ที่บ้าน และมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมมาก โรงพยาบาลรัฐหลายแห่งที่ไม่สามารถแบกภาระค่าใช้จ่ายของเครื่องฟอกไตปกติได้ ก็แนะนำให้ผู้ป่วยใช้การฟอกไตวิธีนี้

แต่ถึงกระนั้นวิธีนี้ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีผังพืดทางช่องท้อง และผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดท้อง เพราะสามารถส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง หรือแม้แต่การติดเชื้อในช่องท้องที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

รวมถึงผู้ป่วยและญาติๆควรได้รับการศึกษา การดูแลการฟอกไตอย่างละเอียด เพื่อป้องกันและสังเกตอาการผิดปกติต่างๆเช่นการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้

 

จะเห็นว่าการฟอกไตทั้งสองชนิดนั้นแม้จะส่งผลดีดีต่อผู้ที่เป็นไตวายระยะสุดท้ายแน่นอน เพราะป้องกันไม่ให้เกิดของเสียคั่งในเลือด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพมากมาย แต่ก็ส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตเช่นกันไม่ว่าจะเป็นการต้องเสียเงิน เสียเวลาไปฟอกไตเป็นเวลานานๆ หากฟอกทางเส้นเลือด หรือเสี่ยงกับการติดเชื้อในช่องท้องในกรณีที่ฟอกไตทางช่องท้อง

ถึงแม้ทั้งสองวิธีจะช่วยยืดชีวิตให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง แต่ทางที่ดีที่สุดคือการดูแลสุขภาพตนเอง ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และทานอาหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่เป็นโรคไต แต่ยังไม่ถึงขั้นล้างไต เพื่อที่ไตจะได้ยังคงความแข็งแรง ไม่ต้องไปล้างไตในอนาคตนะครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก Dr. Eatery

 

 

186 thoughts on “การฟอกไตมีกี่วิธี และมันต่างกันยังไง?

Comments are closed.