อาหาร ปัจจัยสำคัญของโรคไต!

Posted on Posted in Uncategorized

ทำไมต้องแลกความสุขกับการมีชีวิต?

 

นี่คือคำถามที่ผมถามกับตัวเองมาตลอดตั้งแต่วันนั้น…วันที่คุณพ่อของผมได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “โรคไตเรื้อรังระยะที่ 3”

ในวันที่รู้ผลตรวจ หลังความตกตะลึงผ่านพ้นไป ทุกคนในบ้านต่างพยายามค้นข้อมูล หาอะไรก็ได้ที่ช่วยถนอมไตของพ่อ ให้เสื่อมลงให้ช้าที่สุด…แม้ซักนิดก็ยังดี

หลังการหาข้อมูลอย่างมากมาย แม้กระทั่งถามคุณหมอหลายท่าน ข้อสรุปที่ได้คือ “อาหาร”

หรือสำคัญก็คือ “งดทานเค็ม”

ฟังดูง่าย แต่ลดเค็มเอง? ง่ายจะตาย…แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยซักนิด

คุณอาจจะคิดว่าการไม่ทานเค็ม เปลี่ยนไปทานจืดจะเป็นอะไรไป? ใช่ มันไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้นในช่วงแรก ใครๆก็ทำได้ อาจจะทนทานจืดไปได้ซักอาทิตย์หนึ่ง เดือนหนึ่ง หรือนานกว่านั้น

แต่พ่อของผมต้องทานอาหารที่มีรสชาติเดียวนี้ไป…ตลอดชีวิต

และไม่ใช่แค่รสเค็มเท่านั้น องค์ประกอบอื่นๆของอาหารโรคไตยังมีมากมายไม่ว่าจะเป็นแคลอรี่ โปแตสเซี่ยม ปริมาณน้ำตาล ไขมัน อย่าว่าแต่การหาวิธีทำให้อาหาร “อร่อย” เลย แค่ทำทุกอย่างให้สมบูรณ์ให้พ่อทานทุกวัน ทุกคนก็แทบแย่แล้ว

พ่อถูกบังคับด้วยโรคให้กินอาหารรสชาติจืดชืด ซ้ำไปเรื่อยๆ ทุกวันทุกวัน เหมือนฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น

จนวันหนึ่ง พ่อเหนื่อยหน่ายจนหยุดกินอาหาร และเป็นลมล้มพับไป ถึงต้องหามส่งโรงพยาบาล

ในวันนั้น ผมที่เห็นภาพพ่อซึ่งดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง ก็คิดได้ว่า อย่าว่าแต่จะ “มีความสุข” เลย ตอนนี้พ่อดูไม่อยากแม้แต่ที่จะ “มีชีวิต” ด้วยซ้ำ

อาจฟังดูตลก แต่อาหาร รสชาติ ความสุข สำคัญกับ “แรงใจ” ในการที่จะมีชีวิตอยู่ได้ขนาดนั้นเลยล่ะ

 

อีกไม่นาน พ่อคงอาการดีขึ้น และออกจากโรงพยาบาลได้ แต่ก็เพียงเพื่อกลับมาพบอาหารรสชาติจืดชืด หนีจากความลำบากหนึ่ง เพื่อกลับมายังฝันร้ายไม่รู้จบเท่านั้น

จะเป็นไปได้มั้ย?…ที่จะมีอาหารซึ่งเหมาะกับผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่างโรคไต อาหารที่ได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ…แต่รสชาติอร่อยราวกับออกมาจากภัตตาคาร!

 

ไม่มีคำตอบใดๆให้ผม

ผมจึงตัดสินใจที่จะ “สร้าง” คำตอบนั้นขึ้นมาด้วยตัวเอง

จึงเป็นที่มาของ Dr. Eatery

 

(เค้าโครงจากเรื่องจริง ของหนึ่งในทีมผู้ก่อตั้ง Dr. Eatery)